มารักษาหูของเรากันเถอะ
posted on 06 May 2007 18:12 by cherub2cherish in Healthการมีขี้หู
ขี้หูเกิดขึ้นจากการที่ต่อมไขมันที่อยู่ใต้ผนังเยื่อบุรูหูขับออกมารวมกับฝุ่นละอองและะสิ่งสกปรกต่างๆ ทำให้กลายเป็นขี้หู เมื่อต่อมไขมันขับไขมันออกมาใหม่ ๆ จะเหนียว ต่อมาจะแห้งหลุดเป็นผงออกมาได้เองเมื่อมีการเอียงหูหรือสั่นศีรษะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแคะหูเพราะจะมีขี้หูเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆสำหรับคนที่มีขี้หูมาก จับเป็นก้อนอุดหูไว้ ทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัด ไม่ควรแคะหูด้วยที่แคะหู กิ๊บเสียบผม ไม้ขีดไฟ หรือไม้จิ้มฟันเด็ดขาด หรือไปให้ช่างตัดผมแคะหู เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู ผนังรูหูอาจเป็นแผลหรือนำเชื้อโรคเข้าหูโดยไม่รู้ตัว แต่ควรใช้น้ำมันกลีเซอรีนหรือน้ำมันมะกอก หยอดหูวันละ 2 ครั้ง จะทำให้ขี้หูนิ่มละลายหลุดออกมาเอง ถ้าไม่หายและมีอาการปวดหูหรือการได้ยินยังไม่ชัดควรไปพบแพทย์จะดีกว่า
โรคและความผิดปกติของหู
หูเป็นอวัยวะที่บอบบาง มีลักษณะเป็นรูจากภายนอกเข้าสู่ภายใน และยังมีท่อยูสเตเชียนต่อไปที่คอด้วย ทางเปิดเหล่านี้ทำให้ฝุ่นละออง เชื้อโรค และน้ำจากภายนอกเข้าสู่ภายในได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคและความผิดปกติต่าง ๆ นอกจากนี้อันตรายจากการกระทบกระแทกแรง ๆ ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อหูได้
1. เชื้อราในช่องหู
สาเหตุ
ุ เกิดจากเชื้อราเข้าหู เพราะแคะหูด้วยวัสดุที่ชื้นมีเชื้อรา
อาการ
คันในช่องหู จนเกิดความรู้สึกอยากแคะหูเพื่อให้หายคัน จึงอาจทำให้ช่องหูถลอกเกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ได้
2. หูอักเสบหรือเป็นฝีในหู
สาเหตุ
เกิดจากช่องหูสกปรก เพราะแคะหูด้วยสิ่งสกปรก หรือมีแมลงเข้าหู โดยนำเชื้อเข้าสู่ช่องหูด้วย
อาการ
มีการอักเสบ เจ็บปวดในช่องหู อาจเป็นฝี และมีหนองไหล อาจมีไข้ตัวร้อนเนื่องมาจากการอักเสบในหู
3. หูน้ำหนวก
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อโรคบริเวณลำคอของผู้ที่เป็นโรคคออักเสบ ไข้หวัด ไข้หัด ไอกรน คอตีบ
ลุกลามเข้าไปในหูชั้นกลางทางท่อยูสเตเชียส เนื่องจากการสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือจากการไอหรือจามบ่อย ๆ
อาการ
ปวดหู หูอื้อ เนื่องจากมีหนองขังอยู่ในหูชั้นกลาง ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาน้ำหนองในหูชั้นกลางจะดันให้เยื่อแก้วหูทะลุ น้ำหนองจะไหลออกมาทางหูชั้นนอก เรียกว่า น้ำหนวก ถ้าอาการอักเสบลุกลามไปที่โพรงอากาศหลังหู จะทำให้หลังหูเป็นฝี บวมแดง และมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร หากยังไม่รักษาให้ถูกวิธี เชื้อโรคจะลุกลามจนทำให้หูตึง หูหนวก และเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้
โรคและความผิดปกติของหูดังกล่าวข้างต้นนี้ นักเรียนไม่ควรพยายามรักษาเอง ควรไปพบแพทย์เป็นดีที่สุด
วิธีป้องกันรักษาหู
เนื่องจากหูเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการได้ยิน และการรับความรู้สึกในการทรงตัว เราจึงควรระมัดระวังดูแลรักษาหู เพื่อใช้หูอย่างมีประสิทธิภาพไปนานตลอดชีวิตของเรา โดยมีวิธีป้องกันรักษาหูดังนี้
1) ไม่ควรนำไม้แคะหูหรือสิ่งใด ๆ แคะหูด้วยตนเองหรือให้ผู้อื่นแคะหูให้ เพราะอาจนำเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ช่องหูได้
2) ถ้ามีแมลงเข้าหู อย่าแคะออก เพราะจะทำให้แมลงเข้าไปในหูลึกยิ่งขึ้น ควรใช้น้ำมันพืชหยอดลงในรูหู
ทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้แมลงตาย แล้วเอียงหูให้น้ำมันไหลออกมาพร้อมแมลง และใช้สำลีเช็ดให้สะอาด
3) ระวังอย่าให้น้ำเข้าหู ถ้าน้ำเข้าหู หูจะอื้อ ควรใช้น้ำสะอาดกรอกลงไปในรูหูนั้นให้เต็ม แล้วเอียงหูเทน้ำออกพร้อมกับดึงใบหู แล้วใช้สำลีพันปลายไม้ซับน้ำที่เหลือให้แห้ง
4) ระวังไม่ให้หูได้รับการกระทบกระแทกแรง ๆ เช่น การตบหูด้วยมือทั้ง 2 ข้าง การกระแทกจากแรงลูกบอล เป็นต้น เพราะจะทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาดได้
5) ไม่เล่นตะโกนหรือทำเสียงดัง ๆ ใส่หูกัน และไม่ฟังเสียงดังใด ๆ เป็นเวลานาน ๆ เช่น ฟังดนตรีดัง ๆ เป็นเวลานาน ๆ เป็นต้น
6) หลีกเลี่ยงเสียงดังอึกทึก เช่น เสียงปืน เสียงดนตรีดัง ๆ เสียงเครื่องเจาะ เป็นต้น หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรใส่ปลั๊กหู ที่ครอบหู หรือใช้สำลีสะอาดป้องกันเสียงดังอุดหู
7) การเจาะหูเพื่อใส่ตุ้มหูนั้น ควรเลือกร้านที่ใช้เข็มสะอาดฆ่าเชื่อโรคด้วยแอลกอฮอล์หรือใช้ที่เจาะแบบยิเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสของโรคเอดส์
8) หากเป็นหวัดหรือโรคเกี่ยวกับลำคอ ควรรักษาให้หายโดยเร็ว และไม่ควรสั่งน้ำมูกแรง ๆ ควรใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษนุ่มๆ ซับน้ำมูกเบา ๆ
9) เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับหู เช่น หูอื้อ ปวดหู คันหู มีน้ำหนองไหลออกมาทางหู ควรรีบไปให้แพทย์ตรวจและรักษาโดยเร็ว

#1 By LonELy DRaGoN on 2007-05-06 18:21